Power of Money (อำนาจเงิน)

posted on 20 Nov 2011 08:29 by sara1000
Power of Money(อำนาจเงิน)

(Singapore ’s youngest millionaire at 26 yrs.)
( เศรษฐีเงินล้านชาวสิงคโปร์อายุน้อยที่สุดเมื่อตอนอายุ 26 ปี)

        Some of you may already know that I travel around the region pretty frequently, having to visit and conduct seminars at my offices in Malaysia , Indonesia , Thailand and Suzhou ( China ). I am in the airport almost every other week so I get to bump into many people who have attended my seminars or have read my books.

          พวกคุณก็รู้ว่าฉันเดินทางไปทั่วภูมิภาคนี้ค่อนข้างบ่อย ไปเยี่ยมและจัดสัมมนาที่ทำงานของฉันในมาเลเซีย ไทยและสูโจว(จีน ) ฉันอยู่ในสนามบิน เกือบทุกสัปดาห์ ได้เจอผู้คนมากมาย ผู้ที่เคยร่วมสัมมนาหรืออ่านหนังสือของฉัน 

         Recently, someone came up to me on a plane to KL and looked rather shocked. He asked, ‘How come a millionaire like you is travelling economy?’  My reply was, ‘That’s why I am a millionaire. ‘ He still looked pretty confused.

         เมื่อไม่นานมานี้  คนคนหนึ่งค่อนข้างประหลาดใจเมื่อพบฉันบนเครื่องบินที่จะไปกัวลาลัมเปอร์   เขาถามว่า  “ เป็นไปได้อย่างไรที่ เศรษฐี
เงิน ล้านอย่างคุณเดินทางโดยชั้นผู้โดยสารราคาประหยัด” ฉันตอบเขาไปว่า “ก็เพราะอย่างนี้ฉันถึงเป็นเศรษฐีเงินล้านไง” เขายังดูเหมือนงงๆ

         This again confirms that greatest lie ever told about wealth (which I wrote about in my latest book ‘Secrets of Self Made Millionaires’). Many people have been brainwashed to think that millionaires have to wear Gucci, Hugo Boss, Rolex, and sit on first class in air travel. This is why so  many people never become rich because the moment that earn more money, they think that it is only natural that they spend more, putting them back to square one.

         นี้อีกครั้งที่ ฉันอยากจะย้ำ  มันเป็นเรื่องที่หลอกลวงที่สุดที่บอกเล่าถึงความร่ำรวย     ซึ่งฉันเขียนในหนังสือเล่มล้าสุดของฉัน “ ความลับของการทำให้ตนเป็นเศรษฐีเงินล้าน” คนส่วนใหญ่ถูกล้างสมองให้คิดไปว่า เศรษฐี จะต้องใส่ กุชี ฮูโกบอส โรแล็กซ์และโดยสารเครื่องบินชั้นผู้โดยสารชั้นหนึ่ง นี้แหละทำไมคนส่วนมากถึงไม่กลายเป็นคนรวยก็เพราะพวกเขาคิดอยู่ในกรอบว่า
หาได้มากก็ต้องใช้มาก

       The truth is that most self made millionaires are frugal and only spend on what is necessary and of value. That is why they are able to accumulate and multiply their wealth so much faster.

  จริงๆ แล้วก็คือว่า การที่จะเป็นเศรษฐีนั้นคือความตระหนี่และรู้จักใช้ในสิ่งที่จำเป็นและรู้จัก คุณค่าของมัน นั้นที่ทำให้พวกเขาสะสมและเพิ่มพูนความมั่งคั่งอย่างรวดเร็ว

       I refuse to buy a first class ticket or to buy a $300 shirt because I think that it is a complete waste of money. However, I happily pay $1,300 to send my 2 year old daughter to Julia Gabriel Speech and Drama without thinking twice.

       ฉันปฏิเสธที่จะ ซื้อตั้วเครื่องบินชั้นผู้โดยสารชั้นหนึ่งหรือซื้อเสื้อตัวละ300เหรียญเพราะ ฉันว่ามันสูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์  อย่างไรก็ตามฉันยินดีที่จะจ่ายเงิน300เหรียญเพื่อลูกสาว2ขวบของฉันในการชม การพูดของจูเลีย กาเบลีล และละคร โดยปราศจากการคิดทบทวน

        When I joined the YEO (Young Entrepreneur’s Orgn)a few years back (YEO) is an exclusive club open to those who are under 40 and make over $1m a year in their own business) I discovered that those who were self made thought like me.  Many of them with net worth well over $5m,travelled economy class and some even drove Toyota ’s and Nissans,not Audis, Mercs, BMWs

          เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาฉันได้มี โอกาสได้เข้าร่วมกับกลุ่มของผู้บริหารธุระกิจรุ่นเยาว์  (YEO) คือคลับที่เปิดให้สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 40ปี และทำธุระกิจของตนเองที่ทำเงินได้มากกว่า หนึ่งล้านเหรียญต่อปี
หลายคนเดินโดยเครื่องบินชั้นผู้โดยสารชั้นประหยัด และบางคนก็ยังคงขับรถโตโยต้า นิสสัน ไม่ใช่ออดี้
เมอร์ซิเดสเบนซ

          I noticed that it was only those who never had to work hard to build their own wealth (there were also a few ministers’ and tycoons’ sons in the club) who spent like there was no tomorrow. Somehow, when you did not have to build everything from scratch, you do not really value money. This is precisely the reason why a family’s wealth
(no matter how much) rarely lasts past the third generation.

          ฉัน สังเกตได้ว่า มีเพียงคนที่ไม่เคยทำงานหนัก(รัฐมนตรีบางคนหรือลูกผู้มีอิทธิพล)เพื่อสร้าง ความมั่งคั่งเท่านั้นที่ใช้จ่ายแบบนั้นเหมือนกับจะไม่มีวันพรุ่งนี้  อย่างไรก็ตามเมื่อคุณไม่เคยต้องตะเกียกตะกาย คุณก็ไม่รู้ถึงคุณค่าของเงิน  มันก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมครอบครัวที่ร่ำรวย(ไม่ว่าจะร่ำรวยมากแค่ไหน )น้อยมากที่จะเหลือถึงรุ่นหลาน

           Then some people ask me, ‘What is the point in making so much money if you don’t enjoy it?’ The thing is that I don’t really find happiness in buying branded clothes, jewelry or sitting first class
.  Even if buying something makes me happy it is only for a while, it does not last.

           ดังนั้นมีคนบางคนถามฉันว่า  “มันจะมีประโยชน์อะไรที่หาเงินตั้งมากมายแล้วไม่ใช้มันเพื่อความสุข”   จริงๆแล้วความสุขของฉันไม่ใช่แค่ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดัง เครื่องเพชร หรือนั่งเครื่องบินชั้นผู้โดยสารชั้นหนึ่ง ถึงแม้นว่าการซื้อของบางอย่างมันทำให้ฉันมีความสุขแต่มันก็แค่ช่วงหนึ่ง มันไม่ยาวนานเลย

          Material happiness never lasts, it just give you a quick fix. After a while you feel lousy again and have to buy the next thing which you think will make you happy
. I always think that if you need material things to make you happy, then you live a pretty sad and unfulfilled life.

           ความสุขจากการซื้อวัตถุ ไม่ยาวนาน หลังจากของนั้นคุณก็รู้สึกว่ามันไม่ดี แล้วคุณก็ต้องหาซื้อมาอีกเพื่อทำให้คุณมีความสุขอีกฉันคิดว่า ถ้าคุณใช้วัตถุมาทำให้คุณมีความสุข คุณจะมีชีวิตอยู่อย่างเติมไม่เต็ม

          Instead, what makes me happy is when I see my children laughing and playing and learning so fast. What makes me happy is when I see my companies and trainers reaching more and more people every year in so many more countries

           แต่. ฉันกลับมีความความสุข เมื่อได้เห็นลูกๆของฉันหัวเราะเล่นและเรียนรู้เร็ว ฉันมีความสุขเมื่อเห็นผู้ฝึกของฉันเข้าถึงผู้คนมากขึ้นทุกปีในหลายๆประเทศ

แล้วความสุขของคุณล่ะอยู่ตรงไหน…..  คุณหาความสุขที่แท้จริงเจอหรือยัง…….ค่ะ

ที่มา : http://kmblog.rmutp.ac.th/sukumal.w/2010/07/23/power-of-moneyอำนาจเงิน/

Comment

Comment:

Tweet