คำพูดโดนใจจากคนวัย 83

posted on 20 Nov 2011 14:03 by sara1000
คำพูดโดนใจจากคนวัย 83

        เมือคนอายุ 83 ปี คนหนึง พูดสิงทีโดนใจคนจํานวนมากทัวโลก จึงเป็นโอกาสดีทีจะรู้จักผู้พูดและสิงทีเขาพูด นีแหละคือสิงทีคนสูงอายุกล้าทําดังทีเรียกว่า SPEAK THEIR MIND เพราะไม่แคร์ใครแล้ว

        BILL COSBY นักแสดงแนวตลาดอเมริกันผิวดําชื อดังเป็นที รู้จักกันอย่างกว้างขวางใน
เรืองอารมณ์ขันทีเกียวกับความเป็นมนุษย์ คนนีแหละทีเป็นตัวเอกของภาพยนตร์โทรทัศน์อันดับ
หนึงชือดัง I SPY และ THE COSBY SHOW และรายการต่าง ๆ อีกมากมาย

        เขาพูดตลกในทุกเรืองทีเกียวกับชีวิต ยกเว้นเรืองผิวดํา-ผิวขาว และมิได้ออกมาเป็น
หัวหอกของการต่อสู้เพือความเท่าเทียมกันระหว่างผิว หากเขามีบทบาทสร้างความสมานฉันท์ในวิธี
ทางของเขาในรายการทีเขาจัดอย่างมิได้สร้างให้มันเป็นประเด็นขึนมา ตัวอย่างเช่นตัวละครของเขามี
ทังผิวขาวและดําที มีบทบาทและบทพูดกลมกลืนกันโดยไม่มีเรื องสี ทุกคนเสมอกันและขบขันเหมือนกัน
ถ้าผู้ใหญ่ในวัย ปีขึนไปนึกไม่ออก ลองนึกถึงโฆษณาขายเยลลี (JELL-O) ในสหรัฐอเมริกาในยุคทศวรรษ และ ดูซิครับ เขาเป็นตัวแทนของสินค้านีซึ งขายได้ดีอย่างเป็นประวัติการณ์

         ในเรื่องผิวนั้นเขาเคยพูดอยู่อย่างหนึ่ง ซึง ก็ทําให้ฮือฮากันมากในกลุ่ม อเมริกันผิวดํา
แต่ก็ไม่มีใครกล้าเถียงเขาเพราะมันเป็นความจริง ซึงเมือสองปีทีแล้วประธานาธิบดีโอบามาก็ได้พูดยํ้า
สิ่งเดียวกันน้ันก็คือความรับผิดชอบในการเลียงดูลูกของคนอเมริกันผิวดําจํานวนมาก (คนผิวสีนําตาลใน
ประเทศสารขันธ์ก็สมควรสดับรับฟัง)

          BILL บอกว่า การที เด็กผิวดําเรียนหนังสือไม่ดีมีปัญหาพืนฐานการศึกษาอ่อนและมี
พฤติกรรมไม่ดีนันเป็นพ่อแม่ที ไร้ความรับผิดชอบคือสาเหตุสําคัญ
ตัวเขาเองมีพ่อแม่ที ไร้ความรับผิดชอบ เอาแต่ดืมเหล้าจนหมดสภาพ เขาโชคดีที มี
แม่ที รับผิดชอบเลียงดูเขาในสภาพการณ์ที ขาดผู้ชายเป็นต้นแบบ
เขาเลิกเรียนหนังสือเมืออายุ ปี โดยสอบตกเกือบทุก วิชา
สิงทีเปลียนแปลงเขาก็คือโอกาสได้เขียน - เรียงความ ซึงครูชอบเนือหาในความ
ตลก (“ครังแรก ประสบการณ์จากการถอนฟันตัวเอง” “เหลาดินสอเพือความเพอร์เฟกต์”) แต่ได้
ซีลบเรืองไวยากรณ์และตัวสะกด ครูให้เขาอ่านให้เพือน ๆ ฟังซึงขํากันกลิง

         BILL บอกว่า สิ่งที่ เขาขาดอย่างแรงในวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นคือ SELF-ESTEEM
(ความรู้สึกว่าตัวเองมีความสําคัญ) เนืองจากสิงแวดล้อมของครอบครัว การได้รับคําชมจากข้อเขียน
นีเปลี ยนแปลงชีวิตเขา หลังจากพยายามเข้าสู่อาชีพ STAND-UP COMEDY (เดี ยวไมโครโฟน)
ในไนต์คลับอยู่ห ลายปี ในทีสุดเขาก็ประสบความสําเร็จได้ออกโทรทัศน์ และนําไปสู่I SPY และที่เหลือคือประวัติศาสตร์


          BILL กลับมาเรียนหนังสืออีกครังจนจบปริญญาเอกด้านการศึกษาจาก UNIVERSITY
OF MASSACHUSETTS ที AMHERST เมืออายุ ปี ตอนทีเขามีชือเสียงแล้ว
เขาแต่งงานอยู่กินกันกับภรรยาคนเดียวมา ปี มีลูก 5 คน สิงทีเศร้าทีสุดของเขา
คือการสูญเสียลูกชายคนเดียวไปในปี ขณะอายุ ปี เพราะถูกปล้นขณะเปลี ยนยางรถยนต์
ลูกชายคนนีกําลังเรียนปริญญาเอกด้านการศึกษาพิเศษ หลังจากสามารถเอาชนะความผิดปกติแต่แรก
เกิดไม่สามารถอ่านหนังสือ (DYSLEXIA) ได้เป็นปกติ

           ขอกลับมาสิงทีเขาพูดและโดนใจ ผู้เขียนขอยกมาบางเรือง ซึงโดยส่วนตัวอาจไม่
เห็นด้วยในบางประเด็นแต่คิดว่าเป็นอาหารสมองที มีคุณค่า
สิงทีเขาเขียนชือ “I’M 83 AND TIRED” เขา SPEAK HIS MIND เช่นเดียวกับ
คนสูงอายุจํานวนมากที ไม่แคร์ใครแล้วเอาความจริงมาพูดกันโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม
BILL บอกว่า เขาทํางานหนักตังแต่อายุ 17 ปี อาทิตย์ละ 50 ชัวโมง สร้างตัวเอง
ขยันขันแข็งไม่เคยได้รับมรดกอะไรจากใครไม่ว่าเป็นเงินหรืองาน
เขา “เหน็ดเหนือยและเบือหน่าย” กับการถูกสังให้ “กระจายความมังคัง”
(SPREAD THE WEALTH) ให้เหล่าคนทีขาดความขยันหมันเพียรไม่มีความบากบันมานะ
เขา “เหน็ดเหนื อยและเบือหน่าย” กับการถูกสั งให้เอาเงินของเขาไปให้คนเหล่า นีที ขีเกียจ
ไม่ทํางาน
           
           เขา “เหน็ดเหนือยและเบือหน่าย” กับการถูกบอกว่าต้องช่วยเหลือพวกติดยาเสพติด
ต้องให้เงินไปช่วยคนเหล่า นีที ไม่มีใครบังคับให้ติดยา เมื่อเจ็บป่วยเพราะติดยาภาระก็เป็นของสังคมที
ผู้คนเขาขยันทํามาหากินกันและไม่ได้เลือกที จะติดยา

           เขา “เหน็ดเหนือยและเบือหน่าย” พวกทีคิดว่าการเป็นคนจนหรือคนรวยนัน ทําให้
เขามีสิทธิพิเศษบางอย่างติดตัวมา พวกเศรษฐีจากการเป็นนักกีฬา นักแสดง นักการเมือง
ชอบพูดว่าความผิดพลาดทีเกิดขึนเป็นความผิดพลาดทีไร้เดียงสา (INNOCENT MISTAKES ฟังดูคุ้นหู
สําหรับคนไทย) ทัง ๆ ที คนเหล่านีรู้ว่าความผิดพลาดก็คือการถูกจับได้

           เขา “เหน็ดเหนือยและเบือหน่าย” คนทีไม่รับผิดชอบชีวิตและการกระทําของตัวเอง และ
เบื อหน่ายมาก ๆ ที ได้ยินเขาเหล่านีโทษภาครัฐ โทษการกีดกันผิวหรือชาติพันธุ์ ฯลฯ จนทําให้
คนอืน ๆ ทีไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องแบกรับภาระแทน
BILL บอกว่า เขาเบื่อที จะเห็นคนรุ่นหนุ่มสาวในวัยรุ่นหรือต้นยี สิบปีสักกันเต็มตัว
มีตุ้มหูเกียวบนหน้า จนทําให้ไม่มีใครกล้าจ้างทํางาน และก็ต้องมาขอรับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐในที่สุด


           สุดท้ายเขาบอกว่า เขาเหนือยมาก แต่ก็ดีใจทีมีชีวิตอยู่ถึง ปี และจะไม่มี
โอกาสได้เห็นโลกที ผู้คนเหล่า นีกําลังสร้างมันขึนมา เขารู้สึกเสียใจแทนหลานปู่หลานตาและลูกหลาน
ในวันข้างหน้า ขอบคุณพระเจ้าที I’M ON THE WAY OUT AND NOT THE WAY IN
BILL COSBY มีการมองโลกทีแตกต่างจากคนทีเชือว่าคนไม่ได้เลือกทีจะยากจนหากแต่
สิงแวดล้อม และสถานะของการเกิดทําให้เขาเป็นเช่นนัน แต่ BILL ก็มีประเด็นในเรืองความ
รับผิดชอบของพ่อแม่ ความขยันขันแข็งทํามาหากิน การรับผิดชอบชีวิตและการกระทําของตัวเอง
จนไม่เป็นภาระของผู้อื่น

             ถ้าใครถกเถียงว่าทีคนเหล่านีไม่รับผิดชอบชีวิตและไม่ขยันขันแข็ง ก็เพราะสิงแวดล้อม
อีกเช่น กันแล้วละก็เราคงไม่ต้องทําอะไรกันแล้วกระมัง นอกจากก้มหน้าก้มตาทํางานและถูกเก็บภาษี
มาอุ้มชูคนไม่รับผิดชอบชีวิตตัวเองกันไปชั วชีวิต

Comment

Comment:

Tweet